สังคมเมืองและชนบท

สังคมเมือง และสังคมชนบท ความต่างที่เห็นได้ชัด

สังคมเมืองและชนบท เป็นที่ทราบกันดีกว่าสังคมเมืองและสังคมชนบทนั้นมีความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนในหลาย ๆ ด้าน วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดของข้อมูลพวกนี้ว่ามีความต่างอย่างไรบ้าง บางคนเลือกอยู่สังคมเมืองเพราะมีความสะดวกสบาย บางคนเลือกอยู่สังคมชนบทเพราะมีความเงียบสงบ แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนว่าอยากอยู่ในสังคมแบบไหน สำหรับวันนี้เราจะมากล่าวถึงความแตกต่างของทั้งสองสังคมนี้ จะเป็นอย่างไรมาดูกันเลย

จำนวนประชากร

แน่นอนว่าในสังคมเมืองนั้นย่อมมีจำนวนประชากรที่มีความหนาแน่เป็นจำนวนมาก เพราะคนส่วนใหญ่เลือกเข้าไปทำงานในเมืองและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลย เนื่องจากมีความสะดวกสบายในการเดินทางและหลาย ๆ อย่าง ต่างจากจำนวนประชากรในสังคมชนบทที่มีอย่างบางเบาอย่างเห็นได้ชัดเจน

อาชีพ

ในสังคมชนบทส่วนใหญ่แล้วจะยึดทำอาชีพเกษตรกรเป็นหลัก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่แล้วจะมีความอุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยแหล่งน้ำธรรมชาติและผืนดินอันกว้างใหญ่จะเน้นที่การทำไร่ทำนา ทำสวน ปลูกผัก เลี้ยงปลา และอื่น ๆ ต่างจากสังคมเมืองที่มีความหลากหลายทางอาชีพ ด้วยความที่มีความเจริญและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีการมองเห็นทางเลือกในสายอาชีพได้หลายทาง สิ่งนี้จึงเป็นความแตกแต่งมี่เห็นได้ชัดเจน

ครอบครัว

ครอบครัวใบสังคมชนบทจะเป็นครอบครัวใหญ่อยู่กันภายในบ้านหลังเดียว ทำให้มีความสนิทสนมกับคนในครอบครัว       มีอะไรพวกเขาจะพูดคุยและคอยปรึกษากันตลอด หลักจากที่ทุกคนเลิกงานมาแล้วก็จะได้กินข้าวด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา เต็มไปด้วยบรรยากาศที่แสนอบอุ่นและเป็นธรรมชาติบ้าน ๆ ที่สุด เมื่อเทียบกับสังคมเมืองส่วนใหญ่แล้วจะเป็นครอบครัวเดี่ยวอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ หรือห้องเช่า เวลาเลิกงานก็เลิกไม่พร้อมกันเนื่องจากบางที่ต้องเจอกับปัญหา               รถติดบ้าง เลิกงานช้าบ้าง จึงทำให้ไม่มีเวลาใช้ชีวิตร่วมกับคนในครอบครัว 

สิ่งอำนวยความสะดวก

เมื่อพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกแล้วแน่นอนว่าสังคมเมืองย่อมได้เปรียบกว่า เพราะสังคมเมืองสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน ธนาคาร โรงพยาบาล โรงเรียน  และอื่น ๆ เมื่อพวกเขาต้องการอะไรก็สามารถหาได้ง่ายไม่ต้องออกไปไกล ๆ ให้ยุ่งยาก ต่างจากสังคมชนบทที่มีแต่ธรรมชาติเวลาจะออกไปซื้อของหรือไปทำธุระที่สำคัญต้องขับรถเข้าไปในเมืองระยะทางที่ไกล ข้อนี้มีความต่างกันที่ชัดเจนมาก

เป็นอย่างไรกันบ้างได้เห็นถึงความแตกต่างของสังคมเมืองและสังคมชนบทกันไปแล้ว เพื่อน ๆ อยากอยู่สังคมแบบไหนกันคะ ต้องบอกก่อนว่าทั้งสองสังคมนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต่างกันออกไปอยู่ที่คนอยู่จะมอง ที่สำคัญในการอยู่ในสังคมให้มีความสุขคือต้องมีน้ำใจ รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน และทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านเอาไว้ ในเวลาที่คุณเดือดร้อนพวกเขานั่นแหล่ะจะช่วยคุณเป็นคนแรก

 

ขอขอบคุณ : https://umtoquedearte.com

 

วิธีการอยู่ร่วมกัน

วิธีการอยู่ร่วมกัน กับผู้อื่นในสังคม ให้มีความสงบสุข

วิธีการอยู่ร่วมกัน หลักการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นให้มีความสุขนั้น มองดูแล้วอาจเป็นเรื่องที่ง่ายแต่สามารถทำได้ยากเช่นกัน บางคนมีความเป็นตัวเองสูงค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง ทำให้มีเพื่อนน้อย

อ่านต่อ »
สังคมเมือง

ข้อดี ข้อเสีย ของการอยู่ในสังคมเมือง

สังคมเมือง ชุมชนเมืองจัดว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญและมีความเสื่อมรวมอยู่ด้วย เป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรและเป็นที่รวมของผู้ที่มีความแตกต่างทางด้านภาษาและวัฒนธรรม โดยชุมชนเมืองมักอยู่ในเขตเทศบาล แต่ทั้งนี้การอยู่ในสังคมเมืองยอมมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันออกไป

อ่านต่อ »
วิธีการอยู่ร่วมกัน

วิธีการอยู่ร่วมกัน กับผู้อื่นในสังคม ให้มีความสงบสุข

วิธีการอยู่ร่วมกัน หลักการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นให้มีความสุขนั้น มองดูแล้วอาจเป็นเรื่องที่ง่ายแต่สามารถทำได้ยากเช่นกัน บางคนมีความเป็นตัวเองสูงค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง ทำให้มีเพื่อนน้อย

อ่านต่อ »
สังคมเมือง

ข้อดี ข้อเสีย ของการอยู่ในสังคมเมือง

สังคมเมือง ชุมชนเมืองจัดว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญและมีความเสื่อมรวมอยู่ด้วย เป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรและเป็นที่รวมของผู้ที่มีความแตกต่างทางด้านภาษาและวัฒนธรรม โดยชุมชนเมืองมักอยู่ในเขตเทศบาล แต่ทั้งนี้การอยู่ในสังคมเมืองยอมมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันออกไป

อ่านต่อ »